Differences

This shows you the differences between two versions of the page.

Link to this comparison view

จรรยาบรรณวิชาชีพภาครัฐกับการพัฒนาประเทศ [2018/05/21 09:34] (current)
weshayun created
Line 1: Line 1:
 +**จรรยาบรรณวิชาชีพภาครัฐกับการพัฒนาประเทศ**
 +
 +เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้รับอีเมล์พร้อมไฟล์แนบมาฉบับหนึ่ง ที่อธิบายว่าทำไมประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยนั้น จึงยังไม่สามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าเหมือนประเทศตะวันตก ทั้งที่มีศักยภาพที่จะทำได้ เชื่อว่าหลายคนที่รับส่งอีเมล์เป็นประจำอาจจะรู้สึกคุ้นหรือเคยผ่านตาไปแล้วบ้าง ไฟล์นี้มีจุดที่น่าสนใจจึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง ให้ผู้อ่านได้รับทราบไปพร้อมๆ กันครับ
 +
 +ประเด็นแรกที่มีการกล่าวถึงคือ อารยธรรมหรือความเจริญตั้งแต่ยุคโบราณไม่ได้มีผลต่อความระดับของการพัฒนา จะเห็นได้จากอียิปต์หรืออินเดียที่ทุกคนต่างรู้ดีว่าเป็นประเทศที่เก่าแก่ มีอารยธรรมที่เด่นชัดมาอย่างยาวนาน แต่ยังคงเป็นประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาอยู่เลย แตกต่างจากประเทศที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ อย่างแคนาดา ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ ที่มีอายุไม่กี่ร้อยปี แต่สามารถพัฒนาจนปัจจุบันกลายมาเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยมากของโลกได้
 +
 +ประเด็นถัดมาคือ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรไม่ได้เป็นตัวกำหนดความสามารถในการพัฒนาของแต่ละประเทศ มีการยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา จึงไม่เหมาะกับการทำเกษตรกรรม และไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากนัก แต่สามารถพัฒนาจนเป็นประเทศส่งออกสินค้าทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกได้ หรือกรณีประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น ไม่สามารถปลูกพืชเขตร้อนอย่างโกโก้ได้ แต่กลับเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในฐานะผู้ส่งออกช็อคโกแลตชั้นนำของโลก
 +
 +ในอีกด้านหนึ่ง เชื้อชาติและสีผิว ก็ไม่มีผลต่อระดับการพัฒนาของประเทศเช่นกัน มีการพิสูจน์ว่าประเด็นดังกล่าวไม่มีผลต่อสติปัญญา คนเชื้อชาติใดก็สามารถพัฒนาได้เท่าเทียมกัน โดยยกตัวอย่างว่าคนๆ หนึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้นได้เมื่อไปอยู่ในอีกสภาพแวดล้อมหนึ่ง ​
 +
 +เมื่อประเด็นที่กล่าวมาล้วนไม่มีอิทธิพลต่อระดับการพัฒนา แล้วอะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความแตกต่าง ข้อสรุปที่ได้คือ ทัศนคติของแต่ละคนที่ผ่านการศึกษาและการอบรม ผู้คนจากชาติที่พัฒนาแล้วจะมีวิถีชีวิตที่ยึดหลักสำคัญๆ เช่น การใช้จริยธรรมนำทาง ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบในงาน การเคารพกฎระเบียบ การประหยัดอดออม ความรักในงานที่ทำ และความทะเยอทะยาน ซึ่งทัศนคติเหล่านี้คนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามักจะถือปฏิบัติหรือไม่ให้ความสนใจ
 +ทัศนคติของแต่ละบุคคลก็เป็นส่วนที่กำหนดศักยภาพในการพัฒนาของประเทศ ​ คำถามสำหรับภาคราชการซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างๆ ของประเทศ จึงอยู่ที่ว่าบุคลากรที่เรามีอยู่ได้มีการปรับทัศนคติให้พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนได้มากเพียงใด สำนักงาน ก.พ. ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลทรัพยากรบุคคลในภาคราชการได้มีความพยายามที่จะปลูกฝังทัศนคติและค่านิยมที่ดีในหมู่ข้าราชการมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านจรรยาบรรณ หรือ Ethics ที่เป็นหลักแห่งความประพฤติของผู้ปฏิบัติวิชาชีพ ผ่านการกำหนดแนวทางพื้นฐานในการสร้างความเข้าใจในเนื้อหาและความหมายของจรรยาบรรณ รวมถึงการสร้างการยอมรับและการเกิดจิตสำนึกผูกพันกับจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ ที่ผ่านมาได้มีการกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพ สำหรับผู้ที่ทำงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคลที่เป็นเหมือนกลไกสำคัญสำหรับการบริหารกำลังคนของแต่ละหน่วยงานเอาไว้ โดยกำหนดใช้คำว่า TRUSTS เป็นคำกำกับ ซึ่งย่อมาจาก
 +
 +**T = Treating others with Integrity, Legality and Non-Discrimination in HRM**
 +
 +**สุจริตใจ ไม่เลือกปฏิบัติ**
 +
 +**R = Reliable Proficiency and Continuous Learning in HR Professionals**
 +
 +**พัฒนาความสามารถ**
 +
 +**U = Upholding Confidentiality and Information Sharing**
 +
 +**ไม่ประมาทเรื่องข้อมูลข่าวสาร**
 +
 +**S =  Stably being Role Model in HR Ethic code**
 +
 +**เป็นมาตรฐานด้านจรรยาบรรณ**
 +
 +**T = Thoughtfulness in Handling Conflicts of Interests in HRM**
 +
 +**ไม่เกี่ยวพันผลประโยชน์สิ่งใด**
 +
 +**S = Support Others to Have Balancing of Work & Life**
 +
 +**ใส่ใจคุณภาพชีวิตที่ดี**
 +
 +คำว่า TRUSTS มีความหมายว่า ไว้วางใจ ซึ่งสำนักงาน ก.พ. หวังว่า หากข้าราชการสามารถยึดมั่นในหลักจรรยาบรรรณนี้ได้ ก็จะช่วยให้ผู้ที่มาติดต่อด้วย มีความไว้วางใจ และเชื่อมั่น ว่าได้รับการบริการที่ถูกต้อง เป็นธรรม ในขณะที่องค์กรเองก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน คือ การได้รับการยอมรับและความเชื่อถือ รวมทั้งสามารถพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ซึ่งสามารถเอื้อต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตได้
 +
 +**ร.ท. สิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์**
 +
 +**สำนักตรวจสอบและประเมินผลกำลังคน**
 +
 +**มีนาคม 2551**
 +
 +
 +{{tag>​กระแสคนกระแสโลก}}