Differences

This shows you the differences between two versions of the page.

Link to this comparison view

สิทธิในการหยุดงานประท้วงของข้าราชการเมืองน้ำหอม [2018/05/22 09:44] (current)
weshayun created
Line 1: Line 1:
 +**สิทธิในการหยุดงานประท้วงของข้าราชการเมืองน้ำหอม**
 +
 +ข้าราชการพลเรือนสามัญไทยมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  ประกอบกับมาตรา 43  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551  ส่วนหลักเกณฑ์ ​ วิธีการ ​ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่ม ​ มาตรา 43 วรรคสอง ​ บัญญัติให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ​ ซึ่งสำนักงาน ก.พ. ได้ดำเนินการศึกษาเพื่อเตรียมยกร่างพระราชการกฤษฎีกาเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ ​      ​วิธีการและเงื่อนไขการรวมกลุ่มแล้ว  ​
 +
 +โดยในชั้นต้นได้กำหนดแนวทางที่จะให้ข้าราชการการพลเรือนสามัญ สามารถรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหภาพข้าราชการ ​ หรือเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพข้าราชการ ​ เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้หลักเกณฑ์ ​ วิธีการ ​ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ​ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สหภาพข้าราชการและสมาชิกสหภาพข้าราชการไม่สามารถกระทำได้ตามแนวทางที่ได้จากการศึกษาดังกล่าวข้างต้น ​ คือ การหยุดงานประท้วง ​ ข้อจำกัดนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึงประเทศฝรั่งเศสประเทศซึ่งการหยุดงานประท้วงถือเป็นสิทธิประการหนึ่งของข้าราชการ ​ จึงขอหยิบยกเรื่องสิทธิในการหยุดงานประท้วงของข้าราชการฝรั่งเศสมากล่าวถึงในบทความนี้  ​
 +
 +
 +**การหยุดงานประท้วง (Grève)** ​ โดยทั่วไป ​ หมายถึง ​ การที่ลูกจ้างหยุดทำงานเพื่อต่อรองให้นายจ้างดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน ​ ในอดีตนอกจากการหยุดงานประท้วงเป็นสิ่งต้องห้ามแล้วยังเป็นการกระทำที่เป็นความผิดอาญาด้วย ​ จนกระทั่งวันที่ ​ 25  พฤษภาคม ​ ค.ศ. 1864           ​ได้มีการตรากฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา ​ ส่งผลให้การหยุดงานประท้วงไม่เป็นความผิดอาญา ​ กฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ได้กำหนดขอบเขตที่ชัดเจนของการหยุดงานประท้วง ​ แต่ถือว่าการหยุดงานประท้วงเป็น ​         การละเมิดสัญญาจ้าง ​ ซึ่งนายจ้างสามารถไล่ลูกจ้างที่หยุดงานออกจากงานหรืออาจใช้กำลังเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ ​ แม้ลูกจ้างจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ​ แต่การหยุดงานประท้วงก็มีบทบาทสำคัญมากในทางการเมืองและทางสังคมในช่วงสาธารณรัฐที่ 3  (La Troisième République : ค.ศ. 1870 – ค.ศ. 1930)
 +
 +
 +การหยุดงานประท้วงเป็นสิทธิที่มีการรับรองไว้ในคำปรารภแห่งรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ค.ศ. 1946  และคำปรารภแห่งรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ​ ค.ศ. 1958  ก็ได้บัญญัติไว้เช่นเดียวกันว่า ​ “การใช้สิทธิหยุดงานประท้วง (Droit de grève) สามารถกระทำได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด” ​ สำหรับข้าราชการฝรั่งเศส ​ สิทธิในการหยุดงานประท้วงปรากฏอยู่ในมาตรา 10  ของกฎหมายฉบับที่ 83-634 ​ ลงวันที่ ​ 13  กรกฏาคม ​       ค.ศ. 1983  ว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของข้าราชการ ​ โดยเป็นการนำความตามคำปรารภแห่งรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ค.ศ. 1946  และค.ศ. 1958  มาบัญญัติว่า ​ “ข้าราชการสามารถใช้สิทธิในการหยุดงานประท้วงได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด” ​ ซึ่งกฎหมายและแนวคำพิพากษาของศาลต่าง ๆ  ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการหยุดงานประท้วงไว้หลายประการ ​ เช่น
 +
 +* การหยุดงานประท้วงต้องคำนึงถึงหลักความต่อเนื่องของบริการสาธารณะ (Continuité du service public) ​ ซึ่งเป็นหลักการที่มีที่มาจากคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ​ เมื่อวันที่ ​ 25  กรกฎาคม ​       ค.ศ. 1979  ​
 +
 +* ข้าราชการที่หยุดงานประท้วงจะไม่ถูกลงโทษทางวินัย ​ แต่ส่วนราชการอาจหักค่าตอบแทนรายเดือนของข้าราชการในช่วงเวลาที่หยุดงานประท้วงเนื่องจากไม่ได้ทำงาน ​ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ​ กล่าวคือ ​ กรณีที่การหยุดงานประท้วงมีระยะเวลาต่ำกว่า 1 วัน ​ ส่วนราชการจะหักเงินค่าตอบแทนรายเดือนของข้าราชการที่หยุดงานในอัตรา 1/30  สำหรับข้าราชการของรัฐ (Fonctionnaires de l’Etat) ส่วนข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่น (Fonction publique territoriale) ​ และข้าราชการในราชการที่เกี่ยวกับสถานพยาบาล (Fonction publique hospitalière) ​ การหักค่าตอบแทนให้คำนึงถึงระยะเวลาในการหยุดงานเป็นสำคัญ ​       ​
 +
 +* สหภาพข้าราชการที่จะหยุดงานประท้วง ​ ต้องทำหนังสือแจ้งบุคคลที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 วัน ​ ก่อนหยุดงาน ​ โดยต้องระบุสถานที่ ​ วันและเวลาเริ่มต้น ​ ระยะเวลา ​ และวัตถุประสงค์ของการหยุดงานประท้วงอย่างชัดแจ้ง ​ หากไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ​ ผู้บังคับบัญชาอาจดำเนินการทางวินัย ​    ​แก่ข้าราชการที่เข้าร่วมการหยุดงานประท้วงได้ ​ ระหว่างช่วงเวลาที่ประท้วง ​ คู่กรณีที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องทำการเจรจาตกลงกันเพื่อหาข้อยุติในเรื่องที่มีการเรียกร้อง  ​
 +
 +นอกเหนือจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการหยุดงานประท้วงที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ​ การใช้สิทธิหยุดงานประท้วงของข้าราชการฝรั่งเศสยังมีข้อจำกัดอีกหลายประการ ​ เช่น
 +
 +* ข้าราชการบางประเภทไม่มีสิทธิในการหยุดงานประท้วง ​ เช่น ​ ข้าราชการตุลาการ ​ ข้าราชการตำรวจ ​ ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ​ ข้าราชการทหาร ​ ข้าราชการสังกัดการเดินอากาศ ​ เป็นต้น
 +
 +* ข้อจำกัดที่เป็นผลมาจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด (Conseil d’Etat) ในคดี Dehaene ​    ​(ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ ​ 7  กรกฎาคม ​ ค.ศ. 1950)  ซึ่งมี 2 ประการ ​ คือ ​ รัฐบาลสามารถใช้มาตรการที่เหมาะสมในการยับยั้งการใช้สิทธิหยุดงานประท้วงที่ละเมิดหรือขัดแย้งกับความสงบเรียบร้อยของสังคม ​ ซึ่งเป็นแนวความคิดเรื่องการให้บริการขั้นต่ำ (Service minimum) ​ และการจำกัดสิทธิในการหยุดงานประท้วงกระทำได้โดยการใช้อำนาจนิติบัญญัติของรัฐบาล ​ โดยการออกหนังสือเวียน ​ หรือโดยคำสั่งของหัวหน้าส่วนราชการ ​
 +
 +นอกจากนี้ ​ ศาลปกครองสูงสุดยังได้วางแนวคำวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องการหยุดงานประท้วงของข้าราชการไว้อีกหลายประการ ​ เช่น ​ การหยุดงานประท้วงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ​ และข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ภายใต้หลักเกณฑ์เรื่องความสงบเรียบร้อยของสังคม ​ มาตรการจำกัดการใช้สิทธิหยุดงานประท้วงต้องไม่มีลักษณะที่เป็นการทั่วไปและมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินสมควร ​ และศาลปกครองสูงสุด ​ ยังควบคุมการใช้อำนาจจำกัดสิทธิในการหยุดงานประท้วงโดยการตรวจสอบว่า ​ ผู้กำหนดมาตรการจำกัดสิทธิในการหยุดงานประท้วงเป็นผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ ​ และมาตรการจำกัดสิทธิในการหยุดงานประท้วงมีลักษณะที่ชัดเจน ​ จำเป็น ​ และเหมาะสมหรือไม่ ​ อย่างไร
 +
 +
 +แม้ประเทศไทยจะมีแนวคิดที่แตกต่างจากประเทศฝรั่งเศสในเรื่องสิทธิในการหยุดงานประท้วง ​  ​ของข้าราชการ ​ แต่ประเทศไทยก็มิใช่ประเทศเดียวที่ไม่ให้สิทธิข้าราชการในการหยุดงานประท้วงอีกหลายประเทศ ​ อาทิ ​ เยอรมนี ​ ญี่ปุ่น ​ และสวิสเซอร์แลนด์ ​ ก็มีแนวคิดเช่นเดียวกัน
 +
 +
 +
 +**ดารณี ​ น่วมนา**  ​
 +
 +**สำนักพิทักษ์ระบบคุณธรรม ​ สำนักงาน ก.พ.**
 +
 +**มกราคม 2553**
 +
 +{{tag>​กระแสคนกระแสโลก}}