OCSC Wiki

คลังกลางความรู้ด้าน HR

User Tools

Site Tools


องค์ความรู้กฎหมาย:หนังสือเวียน:2551:ว_15_หลักเกณฑ์_วิธีการ_และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

ว 15/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

(ยกเลิกโดย ว 17/2556)

ที่ นร 1004.1/ว 15

สำนักงาน ก.พ.

ถนนพิษณุโลก กทม. 10300

11 ธันวาคม 2551

เรือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

เรียน (เวียน กระทรวง กรม จังหวัด)

อ้างถึง หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที นร 0708.4/ว 15 ลงวันที 9 กันยายน 2535

สิงทีส่งมาด้วย

1. หลักเกณฑ์ และวิธีดำเนินการ สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

2. หลักสูตร และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

3. หลักเกณฑ์ และวิธีการนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น

ด้วยมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ.2551 ได้บัญญัติว่า การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับทีในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ การสอบแข่งขัน การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบแข่งขันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงือนไขที ก.พ. กำหนด

ก.พ. พิจารณาแล้วจึงมีมติให้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการไว้ ดังต่อไปนี้

1. การดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ให้มีการสอบ 3 ภาค คือ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาคความรู้ความสามารถทีใช้เฉพาะตำแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยมีผู้ดำเนินการ ดังนี้

(1) ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ในกรณีที ก.พ. ไม่ได้ดำเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ก.พ. อาจมอบหมายให้ส่วนราชการเป็นผู้ดำเนินการสอบก็ได้

(2) ส่วนราชการดำเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทีใช้เฉพาะตำแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อบรรจุในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง โดยรับสมัครจากผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ของ ก.พ.

ในวุฒิการศึกษาที ก.พ. ยังมิได้ดำเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ให้ส่วนราชการดำเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาคความรู้ความสามารถทีใช้เฉพาะตำแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อบรรจุในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งโดยใช้ข้อสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ของ ก.พ.

(3) ในกรณีทีเห็นสมควร ก.พ. อาจดำเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาคความรู้ความสามารถทีใช้เฉพาะตำแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง สำหรับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือหลายตำแหน่งก็ได้

2. การดำเนินการสอบแข่งขัน ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีดำเนินการ ที ก.พ. กำหนดตามสิงทีส่งมาด้วย 1

3.ให้ผู้สมัครสอบเสียค่าธรรมเนียมสอบสำหรับการสมัครสอบดังนี้

(1) อัตราครั้งละ100 บาทสำหรับสอบเฉพาะภาคความรู้ความสามารถทั่วไป

(2) อัตราตำแหน่งละ 200 บาท สำหรับสอบภาคความรู้ความสามารถทีใช้เฉพาะตำแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง

(3) อัตราตำแหน่งละ 300 บาท สำหรับสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาคความรู้ความสามารถทีใช้เฉพาะตำแหน่งและภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง

ค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนให้เมือได้ประกาศรายชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบแล้ว เว้นแต่มีการยกเลิกการสอบครั้งนั้นทังหมด เนื่องจากมีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตตามข้อ 6 จึงให้จ่ายคืนค่าธรรมเนียมสอบแก่ผู้สมัครสอบเฉพาะผู้ทีมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตนั้น

4.การตัดสินว่าผู้ใดเป็นผู้สอบได้ให้ถือเกณฑ์ว่าต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาค ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงหลักวิชาการวัดผลด้วย

5. การสอบแข่งขันจะต้องสอบตามหลักสูตรทุกภาคตามสิงทีส่งมาด้วย 2 เว้นแต่ ก.พ. จะพิจารณากำหนดเป็นอย่างอื่น

ในการสอบแข่งขัน คณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันจะกำหนดให้ผู้สมัครสอบสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป หรือภาคความรู้ความสามารถทีใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน แล้วจึงให้ผู้ทีสอบได้คะแนนตามเกณฑ์ทีกำหนดไว้ในข้อ 4 สอบในภาคอื่นต่อไปก็ได้

6. กรณีทีปรากฏว่ามีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตอันอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการสอบแข่งขัน ให้คณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันรายงานให้ผู้ดำเนินการสอบแข่งขันทราบ เพื่อพิจารณาว่าจะสมควรยกเลิกการสอบแข่งขันครั้งนั้นทังหมด ไม่ว่าจะมีการประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไปแล้วหรือไม่ หรือจะพิจารณายกเลิกการสอบแข่งขันเฉพาะวิชาหรือเฉพาะภาคทีเกิดการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตตามแต่จะเห็นสมควร ถ้าหากผู้ดำเนินการสอบแข่งขันให้ยกเลิกการสอบแข่งขันเฉพาะวิชาใดหรือเฉพาะภาคใดแล้วก็ให้ดำเนินการสอบแข่งขันเฉพาะวิชานั้นหรือเฉพาะภาคนั้นใหม่ สำหรับผู้ทีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตไม่มีสิทธิเข้าสอบอีกต่อไป

7. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้เรียงลำดับทีจากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลำดับ ในกรณีทีมีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับทีสูงกว่าถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถทีใช้เฉพาะตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับทีสูงกว่า ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากันอีกก็ให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับทีสูงกว่า

8. บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้ใช้ได้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนั้นอีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก เว้นแต่ในกรณีทีได้มีการเรียกตัวผู้สอบแข่งขันได้ผู้ใดให้มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุไปแล้วก่อนบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะมีอายุเกิน 2 ปี หรือก่อนมีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ แล้วแต่กรณี ก็ให้การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งก่อนนั้นยังคงมีผลใช้ได้ต่อไป แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันทีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้นั้นมีอายุครบ 2 ปี หรือวันทีขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ แล้วแต่กรณี

9. กรณีทีส่วนราชการมีตำแหน่งว่างในตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ซึงต้องการบุคคลทีมีวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน และมีความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะทีเหมือนหรือใกล้เคียงกันกับตำแหน่งทีได้มีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีไว้ ให้ส่วนราชการสามารถนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นได้โดยเรียกผู้สอบแข่งขันได้มารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที ก.พ. กำหนดในสิงทีส่งมาด้วย 3 โดยให้เรียกเป็นจำนวน 3 เท่าของตำแหน่งว่างแต่ไม่น้อยกว่า10คน โดยเรียกตังแต่ลำดับแรกของผู้ทียังไม่ได้รับการบรรจุไปตามลำดับต่อกันไปเรือย ๆ โดยไม่ซ้ำกัน และเมือเรียกจนถึงคนสุดท้ายในบัญชีแล้ว แต่บัญชียังไม่ยกเลิกให้ย้อนกลับมาเริมเรียกตังแต่ลำดับแรกของผู้ทียังไม่ได้รับการบรรจุอีก ในกรณีทีมีผู้สอบแข่งขันได้เหลืออยู่ในบัญชีน้อยกว่า10คนให้เรียกตามจำนวนทีเหลืออยู่ในบัญชีได้

ทั้งนี้ คําว่า“ตำแหน่งอื่น”ให้หมายถึงชื่อตำแหน่งเดียวกันแต่ต่างส่วนราชการด้วย

10.ผู้ใดได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ถ้ามีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้คือ

(1)ผู้นั้นได้ขอสละสิทธิจากการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งทีสอบได้

(2)ผู้นั้นไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุเข้ารับราชการภายในเวลาทีส่วนราชการกำหนดโดยมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ(EMS)แจ้งให้ทราบกำหนดเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน นับตังแต่วันทีทีทำการไปรษณีย์รับฝาก หรือมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนแจ้งให้ทราบกำหนดเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า10วันนับตังแต่วันทีทีทำการไปรษณีย์รับฝาก

(3) ผู้นั้นมีเหตุทีไม่อาจเข้าปฏิบัติหน้าทีราชการได้ตามกำหนดเวลาทีจะบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งทีสอบแข่งขันได้

(4) ผู้นั้นประสงค์จะรับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งทีสอบแข่งขันได้โดยการโอน แต่ส่วนราชการทีจะบรรจุไม่รับโอน และได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะไม่รับโอนผู้นั้นจึงไม่ประสงค์จะรับการบรรจุและแต่งตั้ง

(5) ผู้นั้นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งใดทีสอบได้ไปแล้วให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทุกบัญชีในการสอบครั้งเดียวกัน

ในกรณีทีเป็นการประกาศรับสมัครสอบครั้งเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน ประเภทเดียวกัน ระดับเดียวกัน และแยกขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เป็นรายบัญชี เพื่อบรรจุในกระทรวง กรม เป็นการทั่วไป ในหน่วยราชการใด และในท้องทีใดไว้แล้ว ถ้ามีกรณีจะต้องยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้ใดจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บัญชีใดก็ให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บัญชีอื่นดังกล่าวด้วย

11. ผู้ใดถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บัญชีใดไปแล้ว ถ้าบัญชีนั้นยังไม่ยกเลิก และ ก.พ. หรือส่วนราชการ แล้วแต่กรณี พิจารณาเห็นว่า ผู้นั้นมีหลักฐานว่ามีเหตุผลอันสมควรมิได้หลีกเลียงหรือเลือกโอกาสทีจะบรรจุ จะอนุมัติให้ขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีเดิมเป็นลำดับแรก ทีจะบรรจุในครั้งต่อไปตามเดิมก็ได้ สำหรับผู้ซึงถูกยกเลิกการขึ้นบัญชี เนื่องจากไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมือออกจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะเข้ารับราชการในตำแหน่งทีสอบได้ และบัญชีผู้สอบแข่งขันได้นั้นยังไม่ยกเลิก ให้ขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีเดิม เป็นลำดับแรกทีจะบรรจุในครั้งต่อไป

12. หลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ 1 (2) วรรคแรก ให้มีผลใช้บังคับตังแต่วันที 18 กุมภาพันธ์ 2552

13. การใดทีอยู่ระหว่างดำเนินการตามหนังสือทีอ้างถึง ก่อนวันทีหนังสือฉบับนีใช้บังคับให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงือนไขตามหนังสือดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ในกรณีทีมีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไปก่อนวันทีหนังสือนีจะมีผลใช้บังคับแต่บัญชีนั้นยังมีอายุหรือใช้ได้อยู่ หรือบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทีเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ตามหนังสือฉบับนี ทั้งนี้ บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งใด หาก ก.พ. จัดตำแหน่งนั้นให้เป็นตำแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด ก็ให้ถือว่าเป็นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งประเภท สายงาน และระดับนั้น และให้บรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าวต่อไปได้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และถือปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ได้แจ้งให้กรมและจังหวัดทราบด้วยแล้ว

ขอแสดงความนับถือ

(นายปรีชา วัชราภัย)

เลขาธิการ ก.พ.

ศูนย์สรรหาและเลือกสรร

กลุ่มงานระบบการสรรหาบุคคลเพื่อรับราชการ

โทร. 0 2547 1941-48

โทรสาร 0 2547 1954

ว 15/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

องค์ความรู้กฎหมาย/หนังสือเวียน/2551/ว_15_หลักเกณฑ์_วิธีการ_และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ.txt · Last modified: 2019/11/18 14:24 by chaiwat