OCSC Wiki

คลังกลางความรู้ด้าน HR

User Tools

Site Tools


องค์ความรู้กฎหมาย:หนังสือเวียน:2553:ว_22_แนวทางในการปฏิบัติการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญฯ

ว 22/2553 เรื่อง แนวทางในการปฏิบัติการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารและประเภทอำนวยการระดับสูง

ที่ นร 1003/ว 22

สำนักงาน ก.พ.

ถนนพิษณุโลก กทม. 10300

18 มิถุนายน 2553

เรื่อง แนวทางในการปฏิบัติการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารและประเภทอำนวยการระดับสูง

เรียน (เวียนกระทรวง กรม และจังหวัด)

อ้างถึง

1. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 7 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2552

2. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 16 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2552

3. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.1/ว 22 ลงวันที่ 30 กันยายน 2540

4. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1003/ว 9 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2548

ตามหนังสือที่อ้างถึง 1 และ 2 ก.พ. กำหนดแนวทางดำเนินการเพื่อใช้ปฏิบัติสำหรับกรณีการเลื่อนระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างประเภทในตำแหน่งประเภทบริหารและประเภทอำนวยการระดับสูงที่ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตามหนังสือที่อ้างถึง 3 ความแจ้งแล้ว นั้น

เพื่อให้การดำเนินการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารและประเภทอำนวยการระดับสูงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนการคัดเลือกที่กำหนดไว้ในสิ่งที่ส่งมาด้วย 2 ของหนังสือที่อ้างถึง 3 เป็นไปในแนวทางเดียวกันและมีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งสอดคล้องกับบทบัญญัติตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก.พ. จึงวางแนวทางในการปฏิบัติการเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

1. การเสนอรายชื่อข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีคุณสมบัติที่่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 1 - 2 ชื่อ (ตามที่กระทรวงเห็นสมควรกำหนดและแจ้งให้กรมในสังกัดทราบและถือเป็นแนวปฏิบัติเดียวกัน) ในข้อ 3.2 ตามหนังสือที่อ้างถึง 3 นั้น ให้ดำเนินการดังนี้

(1) ให้กระทรวงกำหนดจำนวนรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งจำนวน 1 หรือ 2 ชื่อต่อหนึ่งตำแหน่งและกำหนดระยะเวลาในการให้กรมในสังกัดเสนอนายชื่อแล้วแจ้งทุกกรมในสังกัด

(2) ให้กรมเสนอรายชื่อไปยังกระทรวงไม่เกินจำนวนที่กระทรวงกำหนด หากกรมใดไม่ประสงค์จะส่งรายชื่อหรือส่งไม่ครบตามจำนวนที่กระทรวงกำหนดก็ให้แจ้งกระทรวงทราบพร้อมระบุเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรไปด้วย ทั้งนี้ ในการพิจารณาเสนอรายชื่อ กรมอาจกำหนดวิธีการคัดเลือกที่เหมาะสม เช่น สอบคัดเลือก สัมภาษณ์ หรืออาจใช้วิธีการอื่นใดก็ได้

2. การกำหนดเกณฑ์การประเมินบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง โดยถือเกณฑ์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ในข้อ 4.1 ตามหนังสือที่อ้างถึง 3 นั้น ให้คณะกรรมการคัดเลือกซึ่งแต่งตั้งโดย อ.ก.พ. กระทรวง ดำเนินการดังนี้

(1) กำหนดเกณฑ์การประเมินบุคคล โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ และประวัติการรับราชการซึ่งจะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในความสามารถมาแล้วเป็นหลักและให้พิจารณาถึงคุณลักษณะอื่น ๆ เช่น ทักษะ สมรรถนะที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานในตำแหน่งและส่วนราชการนั้น ประกอบกับหลักการตามมาตรา 42 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

โดยในการพิจารณาคัดเลิือกควรกำหนดน้ำหนักของคะแนนแต่ละองค์ประกอบ พร้อมองค์ประกอบย่อยที่ชัดเจนซึ่งอาจเป็นคะแนนหรือเป็นระดับ หรืออื่น ๆ ก็ได้

(2) จัดให้มีการประกาศเกณฑ์การประเมินบุคคลใน (1) ให้กรมและข้าราชการในสังกัดทราบล่วงหน้าก่อนการเสนอชื่อตามข้อ 1

3. การประเมินและคัดเลือกผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อทุกคน โดยพิจารณาเทียบข้อมูลบุคคล เช่น คุณสมบัติ ผลงาน ประวัติการรับราชการของแต่ละคน กับหน้าที่ความรับผิดชอบ และความต้องการของตำแหน่ง แล้วคัดเลือกให้เหลือผู้ซึ่งเหมาะสมไว้ตำแหน่งละไม่เกิน 3 คน ในข้อ 4.2 วรรคหนึ่ง ตามหนังสือที่อ้างถึง 3 นั้น ให้คณะกรรมการดำเนินการดังนี้

(1) ในการประเมินอาจใช้วิธีอื่นใดที่เหมาะสมเพิ่มเติม เช่น การสัมภาษณ์ รวมทั้งควรให้โอกาสข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับการเสนอชื่อเขียนข้อเสนอเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ ความคาดหวัง เป้าหมาย แนวทางการดำเนินงานและการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของงานในตำแหน่งที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อประกอบการพิจารณา

(2) คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมไว้ตำแหน่งละไม่เกิน 3 คน ซึ่งเป็นตำแหน่งละ 1 คน หรือ 2 คน หรือ 3 คนก็ได้

4. ในกรณีที่เป็นการพิจารณาคราวละหลายตำแหน่งในระดับและสายงานเดียวกัน และมีผู้เข้ารับการพิจารณาเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการอาจคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งต่าง ๆ ได้ตามจำนวนที่เห็นสมควร แต่จำนวนผู้ที่สมควรได้รับคัดเลือกต้องมากกว่าจำนวนตำแหน่งที่จะแต่งตั้งในข้อ 4.2 วรรคสอง ตามหนังสือที่อ้างถึง 3 นั้น เช่น ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ตำแหน่งนายอำเภอ ฯลฯ เป็นต้น ให้คณะกรรมการดำเนินการได้สองแนวทาง ดังนี้

(1) คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมไว้ตำแหน่งละไม่เกิน 3 คน ซึ่งเป็นตำแหน่งละ 1 คน หรือ 2 คน หรือ 3 คนก็ได้ ทั้งนี้ บางชื่ออาจได้รับการเสนอชื่อในหลายตำแหน่งแต่ต่างลำดับที่ แต่รวมกันแล้วจำนวนผู้ที่เหมาะสมจะต้องมากกว่าจำนวนตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง หรือ

(2) คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมซึ่งจะต้องมากกว่าจำนวนตำแหน่งที่่จะแต่งตั้ง เช่น มีตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง จำนวน 10 ตำแหน่ง หรือ 50 ตำแหน่ง อาจคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมตั้งแต่ 11 คน หรือ 51 คนขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมไว้ถึง 3 เท่าของจำนวนที่จะแต่งตั้งก็ได้

ทั้งนี้ การพิจารณาของคณะกรรมการควรมีการบันทึกหลักฐานและเหตุผลของการตัดสินในเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

5. การพิจารณารายชื่อที่คณะกรรมการเสนอ ในข้ิอ 5.1 ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 2 ของหนังสือที่อ้างถึง 3 นั้น ให้ดำเนินการดังนี้

(1) กรณีตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ในสายงานบริหารงานปกครอง และสายงานบริหารการทูต และประเภทอำนวยการระดับสูง เมื่อปลัดกระทรวงได้ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่า บุคคลใดในรายชื่อผู้ทีคณะกรรมการเสนอเหมาะสมให้ระบุความสมควรที่จะได้รับการแต่งตั้งพร้อมทั้งเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าว

(2) กรณีตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เมื่อปลัดกระทรวงได้ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่า บุคคลใดในรายชื่อผู้ที่คณะกรรมการเสนอเหมาะสมให้ระบุความสมควรที่จะได้รับการแต่งตั้งพร้อมทั้งเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าวแล้วให้เสนอรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

6. สำหรับส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี กรณีการเสนอรายชื่อข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั่้งให้ดำรงตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 1 - 2 ชื่อ ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นเสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้ง จำนวน 1 หรือ 2 ชื่อต่อตำหนึ่งตำแหน่ง และให้ใช้แนวทางการปฏิบัติการตามข้อ 2 - 5 โดยอนุโลม

7. ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อกนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี (ตำแหน่งระดับ 11 เดิม) ในข้อ ข ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 2 ของหนังสือที่อ้างถึง 3 นั้น ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) ปลัดกระทวรงหรือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (ตำแหน่งระดับ 11 เดิม) เป็นผู้เสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมตามจำนวนที่เห็นสมควรพร้อมข้อมูลบุคคลพื้นฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา การฝึกอบรม ดูงาน ประสบการณ์ ความสามารถ ผลงานสำคัญพิเศษ ประวัติทางวินัยในอดีตของข้าราชการผู้นั้น รวมทั้งเสนอผลการปฏิบัติงานประจำปีของผู้ที่ได้รับเสนอชื่อและความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความพร้อมที่จะได้รับการแต่งตั้ง

(2) เมื่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าบุคคลใดในรายชื่อที่ปลัดกระทรวงเสนอเหมาะสมแล้วให้ระบุความสมควรท่ี่จะได้รับการแต่งตั้งพร้อมทั้งเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าวแล้ว จึงดำเนินการตามขั้นตอนการแต่งตั้งตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ต่อไป

สำหรับกรณีที่ปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (ตำแหน่งระดับ 11 เดิม) ไม่เสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือไม่มีผู้เสนอชื่อ หรือผู้มีหน้าที่เสนอชื่อเสนอชื่อตนเอง รัฐมนตรีเจ้าสังกัดมีสิทธิ์เสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมแล้วดำเนินการตามขั้นตอนการแต่งตั้งตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ต่อไป ตามหนังสือที่อ้างถึง 4 นั้น ในการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมของรัฐมนตรีให้ระบุความสมควรที่จะได้รับการแต่งตั้งพร้อมทั้งเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าวด้วย

8. การใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามหนังสือที่อ้างถึงก่อนวันที่หนังสือฉบับนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัตต่อไป ทั้งนี้ ได้แจ้งให้กรมและจังหวัดทราบด้วยแล้ว

ขอแสดงความนับถือ

(นางเบญจวรรณ สร่างนิทร)

เลขาธิการ ก.พ.

ศูนย์นักบริหารระดับสูง

โทร. 0 2547 1734

โทรสาร 0 2547 1736

ว 22/2553 เรื่อง แนวทางในการปฏิบัติการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารและประเภทอำนวยการระดับสูง

องค์ความรู้กฎหมาย/หนังสือเวียน/2553/ว_22_แนวทางในการปฏิบัติการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญฯ.txt · Last modified: 2018/03/22 10:46 by puirui