OCSC Wiki

คลังกลางความรู้ด้าน HR

User Tools

Site Tools


องค์ความรู้กฎหมาย:หนังสือเวียน:2553:1008.1:145_ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนฯ

Differences

This shows you the differences between two versions of the page.

Link to this comparison view

Next revision
Previous revision
องค์ความรู้กฎหมาย:หนังสือเวียน:2553:1008.1:145_ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนฯ [2018/03/29 14:11]
puirui created
องค์ความรู้กฎหมาย:หนังสือเวียน:2553:1008.1:145_ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนฯ [2018/03/29 14:49] (current)
puirui
Line 1: Line 1:
 ====== ที่ นร 1008.1/145 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552 ====== ====== ที่ นร 1008.1/145 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552 ======
  
 +ด่วนที่สุด ที่ นร 1008.1/145
 +
 +สำนักงาน ก.พ.
 +
 +ถนนพิษณุโลก กทม. 10300
 +
 +31 มีนาคม 2553
 +
 +เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552 
 +
 +เรียน (เวียนกระทรวง กรม และจังหวัด)
 +
 +อ้างถึง หนังสือสำนักงาน ก.พ. ด่วนที่สุด ที่ นร 1008.1/ว 28 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2552
 +
 +ด้วยมีส่วนราชการหลายแห่งขอหารือเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552 และการบริหารวงเงินตามหนังสือที่อ้างถึง
 +
 +สำนักงาน ก.พ. จึงเห็นควรซักซ้อมความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ส่วนราชการได้รับทราบแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนดังนี้
 +
 +==== 1. วงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือน ====
 +
 +1.1 การคำนวณวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนร้อยละ 3 ของอัตราเงินเดือนข้าราชการ ณ วันที่ 1 มีนาคม หรือ 1 กันยายน จะคำนวณโดยรวมเงินเดือนข้าราชการทุกตำแหน่งในสังกัดที่มีผู้ครองตำแหน่งอยู่ ไม่ว่าจะมีการเบิกจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการที่ครองตำแหน่งนั้น หรือไม่ว่าผู้นั้นจะอยู่ปฏิบัติราชการ หรือไม่ (ไม่รวมข้าราชการในสังกัดอื่นที่ได้รับมอบหมายให้มาช่วยราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ราชการ) ตัวอย่างเช่น กรณีข้าราชการที่อยู่ระหว่างการลาติดตามคู่สมรส หรือลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตร ซึ่งไม่ได้รับเงินเดือนระหว่างการลา หรือกรณีผู้ที่ไปช่วยราชการที่ส่วนราชการอื่น ก็จะรวมฐานเงินเดือนของผู้นั้นอยู่ในการคำนวณวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนด้วย
 +
 +1.2 การบริหารวงเงินสำหรับการเลื่อนเงินเดือนให้แยกวงเงินออกอย่างน้อย 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มตำแหน่งประเภทบริหาร (2) กลุ่มตำแหน่งประเภทอำนวยการ และ (3) กลุ่มตำแหน่งประเภทวิชาการและประเภททั่วไป
 +
 +ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจบริหารวงเงินจะแยกวงเงินในแต่ละกลุ่มดังกล่าวออกเป็นกลุ่มย่อยอีกก็สามารถดำเนินการ ตัวอย่างเช่น วงเงินของตำแหน่งประเภทอำนวยการ แยกออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ ประเภทอำนวยการ ระดับต้น และประเภทอำนวยการ ระดับสูง หรือ แยกวงเงินของกลุ่มตำแหน่งประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ ประเภทวิชาการ และประเภททั่วไป ​
 +
 +1.3 กรณีมีข้าราชการโอนหรือย้ายไปดำรงตำแหน่งต่างส่วนราชการหรือจังหวัด
 +
 +1.3.1 หากคำสั่งมีผลหลังวันที่ 1 มีนาคม หรือ 1 กันยายน เงินเดือนของข้าราชการดังกล่าวจะถูกใช้เป็นฐานในการคำนวณวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการในส่วนราชการหรือจังหวัดที่ดำรงตำแหน่งอยู่เดิม ในรอบการประเมินนั้น ๆ 
 +
 +แต่หากคำสั่งมีผลก่อนหรือในวันที่ 1 มีนาคม หรือ 1 กันยายน เงินเดือนของข้าราชการดังกล่าวจะถูกใช้เป็นฐานในการคำนวณวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการในส่วนราชการหรือจังหวัดที่ไปดำรงตำแหน่งใหม่ ในรอบการประเมินนั้น ๆ 
 +
 +1.3.2 การบริหารวงเงินงบประมาณเพื่อเลื่อนเงินเดือนให้ข้าราชการดังกล่าวในวันที่ 1 เมษายน หรือ 1 ตุลาคม ให้ใช้วงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนของส่วนราชการหรือจังหวัดที่่ข้าราชการผู้นั้นสังกัดอยู่ในวันที่ 1 เมษายน หรือ 1 ตุลาคม แล้วแต่กรณี
 +
 +==== 2. ผู้บริหารวงเงิน ====
 +
 +2.1 กรณีที่หลักเกณฑ์ตามหนังสือที่อ้างถึงกำหนดผู้บริหารวงเงินไว้หลายตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง และอธิบดีบริหารวงเงินสำหรับตำแหน่งรองอธิบดี นั้น หมายความว่า ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง และอธิบดี ร่วมกันเป็นผู้บริหารวงเงินสำหรับตำแหน่งรองอธิบดี
 +
 +2.2 การบริหารวงเงินสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญที่สังกัดสำนักงานรัฐมนตรี ให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้บริหารวงเงิน โดยอาจจัดสรรวงเงินให้หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีบริหารวงเงินของข้าราชการในสังกัดได้
 +
 +==== 3. กรณีข้าราชการที่ไปช่วยราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ราชการต่างส่วนราชการหรือจังหวัด ====
 +
 +3.1 การประเมินผลการปฏิบัติราชการ ให้หัวหน้าส่วนราชการ หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ หัวหน้าหน่วยงานทีี่ผู้รับการประเมินไปช่วยราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นผู้ให้ข้อมูลและความเห็นเพื่อประกอบการประเมินของผู้มีอำนาจหน้าที่ประเมิน (ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1012/ว 20 ลงวันที่ 3 กันยายน 2552)
 +
 +3.2 การคำนวณวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนของส่วนราชการและจังหวัด ณ วันที่ 1 มีนาคม และ 1 กันยายน แล้วแต่กรณี จะรวมถึงเงินเดือนของข้าราชการที่อยู่ในสังกัดที่ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ราชการต่างส่วนราชการหรือจังหวัดด้วย
 +
 +3.3 การบริหารวเงินเพื่อเลื่อนเงินเดือนข้าราชการ ณ วันที่ 1 เมษายน และ 1 ตุลาคม แล้วแต่กรณี จะรวมถึงข้าราชการที่อยู่ในสังกัดที่ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ราชการต่างส่วนราชการหรือจังหวัดด้วย
 +
 +==== 4. กรณีข้าราชการได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งต่างประเภท หรือต่างสายงาน หรือต่างระดับ ====
 +
 +4.1 กรณีที่ข้าราชการรายใดอยู่ระหว่างดำเนินการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างประเภท หรือต่างสายงาน หรือต่างระดับ แต่ส่วนราชการหรือจังหวัดยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งภายในวันที่ 1 เมษายน หรือ 1 ตุลาคม แล้วแต่กรณี ให้พิจารณาเลื่อนเงินเดือนสำหรับข้าราชการดังกล่าวตามประเภท สายงาน และระดับที่ผู้นั้นดำรงอยุ่โดยส่วนราชการไม่ต้องกันเงินไว้
 +
 +4.2 เมื่อข้าราชการรายใดได้รับการเลื่อนเงินเดือน ณ วันที่ 1 เมษายน หรือ 1 ตุลาคม ไปแล้ว หากต่อมาภายหลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งต่างประเภท หรือต่างสายงาน หรือต่างระดับ โดยมีผลย้อนหลังไปก่อนหรือในวันที่่ 1 เมษายน หรือ 1 ตุลาคม แล้วแต่กรณี ซึ่งทำให้ "​ฐานในการคำนวณ"​ ที่ใช้ในการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการผู้นั้นเปลี่ยนไป กรณีนี้ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนแก้ไขคำสั่งเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการผู้นั้นโดยให้นำอัตราร้อยละที่ได้รับการเลื่อนตามคำสั่งเดิมมาคำนวณเงินที่จะได้เลื่อนโดยใช้ "​ฐานในการคำนวณ"​ ของตำแหน่งประเภท สายงาน และระดับ ตามที่่ข้าราชการผู้นั้นได้รับแต่งตั้ง
 +
 +ทั้งนี้ งบประมาณที่ใช้เพิ่มขึ้นจากกรณีดังกล่าวให้เบิกจ่ายจากงบบุคลากรของส่วนราชการ
 +
 +=== ตัวอย่าง ===
 +
 +นาย ก. ดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับชำนาญการ รับเงินเดือน 28,000 บาท และได้ับการเลื่อนเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน 2553 ในอัตราร้อยละ 2.9 ของฐานในการคำนวณระดับบนสำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ อัตรา 30,600 บาท คิดเป็นเงินที่ได้เลื่อน 890 บาท ต่อมา นาย ก. ได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับชำนาญการพิเศษ อัตราเงินเดือน 28,000 บาท โดยให้มีผลย้อนหลังไปในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 กรณีนี้ ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนจะต้องแก้ไขคำสั่งเลื่อนเงินเดือนของนาย ก. โดยให้คำนวณเงินที่ได้เลื่อน ในอัตราร้อยละ 2.9 ของฐานในกาคำนวณระดับล่างสำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ อัตรา 31,220 บาท คิดเป็นเงินที่ได้เลื่อน 910 บาท
 +
 +จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ ได้แจ้งให้กรมและจังหวัดทราบด้วยแล้ว
 +
 +ขอแสดงความนับถือ
 +
 +(นางเบญจวรรณ สร่างนิทร)
 +
 +เลขาธิการ ก.พ.
 +
 +สำนักพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน
 +
 +โทร. 0 2547 1000 ต่อ 8100, 8104 0 2547 1980, 0 2547 1985, 0 2547 1990
 +
 +โทรสาร 0 2547 1437
 +
 +{{ :​องค์ความรู้กฎหมาย:​หนังสือเวียน:​2553:​1008.1:​145-2553.pdf |ที่ นร 1008.1/145 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552}}
 +
 +{{tag>​หนังสือเวียน พ.ร.บ._2551}}
องค์ความรู้กฎหมาย/หนังสือเวียน/2553/1008.1/145_ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนฯ.1522307476.txt.gz · Last modified: 2018/03/29 14:11 by puirui