User Tools


Differences

This shows you the differences between two versions of the page.

Link to this comparison view

เย็นไว้โยม [2018/05/22 09:49] (current)
weshayun created
Line 1: Line 1:
 +**เย็นไว้โยม**
  
 +ท่านผู้อ่านเคยรู้สึกขัดแย้งกับตัวเองไหมครับ ​ เคยรู้สึกสองจิตสองใจตัดสินใจไม่ถูกบ้างหรือไม่ ​ ลองดูภาพด้านล่างนี้นะครับแล้วลองตอบตัวเองดูว่าเป็นภาพของกบหรือม้า
 +
 +{{:​horse.png?​400|}}
 +
 +แม้กระทั่งตัวของเราเองเพียงคนเดียวบางทียังไม่สามารถตัดสินใจอะไรที่เด็ดขาดไปได้เลย ​ รู้สึกสับสนว่าจะเลือกทางไหนดี ​ เหตุผลต่าง ๆ นานาผุดขึ้นมาในสมองน้อย ๆ แต่ท้ายที่สุดเราก็จะสามารถตัดสินใจลงไปได้เองว่าเราต้องการจะทำอะไร ​ เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ​ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ​ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไป ​ แน่นอนว่าการตัดสินใจที่จะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมที่จะยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพราะว่ามนุษย์แต่ละคนจะมีความแตกต่างกันทั้งทางด้านร่างกาย ​ และจิตใจ ​ ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวนั้น ​ เกิดขึ้นเนื่องจาก 2 ปัจจัยหลัก ​ ได้แก่พันธุกรรม ​ และสิ่งแวดล้อมที่แต่ละคนผ่านประสบการณ์เหล่านั้นมา ​ โดยที่ความแตกต่างนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้มุมมองของคนแต่ละคนแตกต่างกันไปด้วย ​
 +
 +
 +ภายในองค์กรก็เช่นกัน ​ เมื่อคนหลายคนมาทำงานร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะต้องทำให้องค์กรบรรลุพันธกิจที่ตั้งไว้ ​ เมื่อคนที่มีมุมมองแตกต่างกันต้องมาร่วมกันกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ​ ความขัดแย้งย่อมเป็นเรื่องที่มิอาจที่จะหลีกเลี่ยงได้เลย ​ และเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นมาแล้ว ​ ผลกระทบก็ย่อมเกิดอยู่กับองค์กรเป็นแน่แท้ ​ หากว่าไม่ได้รับการแก้ไข หรือหากว่าได้มีการแก้ไขแต่เป็นการแก้ไขที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้รับการยอมรับ ​ เป็นการแก้ไขโดยอาศัยอำนาจที่เหนือกว่าของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ​ โดยไม่ได้ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายแล้ว ​ ความขัดแย้งไม่ลงรอยก็จะทวีคูณกลายเป็นความเกลียดชัง ​ ซึ่งจะทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายจนยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ ​ แต่ถ้ารู้วิธีที่จะแก้ไขความขัดแย้ง ​ รู้จักนำเอาความขัดแย้งดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ ​ องค์กรก็จะได้รับประโยชน์จากความขัดแย้งนั้นเช่นกัน ​ ทั้งนี้ ​ เนื่องจากทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมีสองด้าน ​ ความขัดแย้งก็เช่นกัน ​ ที่ไม่ได้มีเพียงข้อเสียเพียงอย่างเดียว ​ ในองค์กรหนึ่งองค์กรใดหากบุคลากรทุกคนมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันทุกเรื่องแล้ว ​ องค์กรนั้นมีโอกาสที่จะประสบความล้มเหลวค่อนข้างสูง ​ เนื่องจากจะเป็นองค์กรที่มีโลกทัศน์แคบ ​ มีมุมมองไม่หลากหลาย ​ มองเห็นโอกาสหรือความผิดพลาดเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ​ แต่หากองค์กรนั้น ๆ มีบุคลากรที่มีมุมมองที่หลากหลาย ​ ซึ่งความหลากหลายนั้นอาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา ​ แต่บนความขัดแย้งนั้น ​ ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรด้วยเช่นเดียวกัน ​ กล่าวคือ ​ ความขัดแย้งก่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลาย ​ ทำให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียได้ในหลายมิติ ​ ทำให้การวางแผนวางนโยบายในการทำงานเป็นไปโดยรอบคอบมากยิ่งขึ้น ​ ก่อให้เกิดแรงกระตุ้นในการทำงานของแต่ละบุคคลเพื่อที่จะหาเหตุผล ​ หลักการ ​ และวิธีการต่างๆมาสนับสนุนแนวความคิดของตนเองซึ่งจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ​ คำถามที่ตามมาก็คือ ​ เมื่อความขัดแย้งเกิดขึ้นมาแล้ว ​ จะมีวิธีการอย่างไรเพื่อที่จะยุติความขัดแย้งนั้นได้โดยที่ทุกฝ่ายยอมรับ ​ และสามารถแปรเปลี่ยนความขัดแย้งดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
 +
 +วิธีการแก้ไขความขัดแย้งในเชิงของการบริหารงานบุคคลนั้นมีมากมายหลากหลายวิธี ​
 + 
 +ทั้งของไทยเองหรือแม้กระทั่งของต่างประเทศ ​ แต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ​ บางวิธีอาจจะสามารถนำมาปรับใช้กับองค์กรหนึ่งได้ ​ แต่ไม่เหมาะสมที่จะนำมาปรับใช้กับอีกองค์กรหนึ่ง ​ ซึ่งการที่จะฟันธงไปเลยว่าวิธีการแก้ไขความขัดแย้งแบบไหนเป็นวิธีการที่ดีสุดสำหรับองค์กรหนึ่งองค์กรใดเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย  ​
 +แต่ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า ​ มีวิธีการที่น่าจะได้ผลจีรังยั่งยืนที่สุด ที่สามารถนำมาปรับใช้แก่องค์กรต่าง ๆ ได้ ​ ซึ่งบางทีพวกเรากลับลืมนึกถึงไป ​ ทั้งที่เป็นแนวทางที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วเป็นร้อยเป็นพันปีแล้วว่ามีประสิทธิภาพ ​ และสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง ​ วิธีที่ว่านั้นก็คือการแก้ไขความขัดแย้งตามแนวทางของพระพุทธศาสนา  ​
 +
 +ผู้เขียนเคยได้ฟังคำสอนของท่าน ว.วชิรเมธี เกี่ยวกับหลักธรรมสำคัญที่ควรนำมาเป็นเข็มทิศในการวิวาทะอย่างอารยะ (อารยวิวาทะ) แล้ว ​ เห็นว่าหากสามารถนำมาปรับใช้กับตัวเองและกับองค์กรได้แล้ว ​ ก็น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากในการดำรงตนและการทำงาน ​ โดยท่านให้ยึดแนวทาง ​  ​สันติ ​ โดยกระทำการทุกขั้นตอนบนพื้นฐานของสันติวิธี ​ ขันติ อย่าตกเป็นทาสของอารมณ์,​ อย่าลุแก่อำนาจ,​ อย่าลุแก่โทสะ ​ เมตตา มองดูฝ่ายที่เห็นต่างจากเราด้วยสายตาแห่งไมตรีจิตมิตรภาพ สุทธิ มีความบริสุทธิ์ใจต่อการแก้ปัญหาทุกขั้นตอน อหิงสา อย่าปฏิบัติการเบียดเบียน ​ ทำร้ายผู้อื่น ​ ปัญญา ใช้หลักการและเหตุผลในการแก้วิกฤตการณ์,​ หลีกเลี่ยงการชักจูงให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ผู้ร่วมงาน ​ ปิยวาจา สื่อสารต่อกันและกันและต่อสาธารณะด้วยการพูดอย่างมีสติ ​ มัชฌิมาปฏิปทา ไม่มุ่งสู่ภาวะตีบตันสุดโต่งในทุกๆ ด้านจนไร้ทางออก สติ ขอให้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา  ​
 +
 +ทีนี้เรามาลองทำแบบทดสอบจำลองสถานการณ์กันดูนะครับว่าถ้าเจอเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ ​ ท่านจะนำแนวทางที่ท่านว.วชิรเมธี สอนไว้ มาแก้ไขความขัดแย้งและเปลี่ยนความขัดแย้งนั้นนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรของท่านได้อย่างไร ​
 + 
 +ท่านกับนายชอบคิดและนางช่างถามได้รับมอบหมายให้คิดแผนการขายผลิตภัณฑ์
 +ให้ได้มากขึ้น ​ 10 %  ภายในระยะเวลา ​ 2   ​เดือน ​ นายชอบคิดเสนอให้เพิ่มงบประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆเพิ่มขึ้นอีก ​ 10 %  นางช่างถามไม่เห็นด้วยเนื่องจากหากทำเช่นนั้นบริษัทก็จะไม่ได้อะไรขึ้นมาเลยเนื่องจากเงินที่ได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจะหมดไปกับงบประชาสัมพันธ์ ​ ทั้งสองคนต่างถกเถียงกันถึงข้อดีข้อเสีย ตามแนวทางที่ตนเองนำเสนอ ​ หากท่านจะแก้ไขความขัดแย้งดังกล่าวท่านจะนำคำสอนข้อใดมาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้ดีที่สุด ​ หากท่านได้คำตอบแล้วลองไปให้คนข้างท่านลองทำดูแล้วลองเปรียบเทียบดูนะครับว่าได้รับคำตอบตรงกันหรือไม่ ​ แล้วลองส่งต่อให้คนต่อไปลองหาคำตอบดูด้วยนะครับ ​ แตกต่างใช่ไหมครับ ​ แต่ไม่แตกแยก ​ เพราะตอนนี้สติเต็มร้อย ​ เมตตาก็เต็มเปี่ยม ​ พูดจาไพเราะตามแบบฉบับปิยวาจา  ​
 +
 +
 +รู้สึกใช่ไหมครับว่าถ้านำเอาหลักธรรมคำสอนข้างต้นมาปรับใช้แล้วเกิดประโยชน์มากแค่ไหน ​ ดังนั้น ​ ถ้าหากว่าทุกคนรู้จักนำหลักธรรมคำสอนตามหลักศาสนา ​ (ทุกศาสนา) ​ มาประยุกต์ใช้ทั้งกับตนเองและผู้อื่นแล้ว ​ ตัวท่านเอง ​ องค์กรของท่าน ​ สังคมและรวมถึงประเทศชาติก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ​ ไม่มีเหลือง ​ ไม่มีแดง ​ มีแต่เพื่อนสนิท ​ มิตรสหาย ​ อมิตตาพุธ
 +
 +
 +**อำนวยชัย ​ โฆษิตพานิชยกุล**
 +
 +**สำนักพิทักษ์ระบบคุณธรรม ​  ​สำนักงาน ก.พ.**
 +
 +**มกราคม 2553**
 +
 +{{tag>​กระแสคนกระแสโลก}}

OCSC Wiki

คลังกลางความรู้ด้าน HR