OCSC Wiki

คลังกลางความรู้ด้าน HR

User Tools

Site Tools


การบริหารทรัพยากรบุคคล:อุทธรณ์ร้องทุกข์:การพิทักษ์ระบบคุณธรรม:คลังความรู้:คำวินิจฉัย_ก.พ.ค._ที่น่าสนใจ:กรณีประวิงเวลา:ประวิงเวลาการพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิประเมิน

Differences

This shows you the differences between two versions of the page.

Link to this comparison view

การบริหารทรัพยากรบุคคล:อุทธรณ์ร้องทุกข์:การพิทักษ์ระบบคุณธรรม:คลังความรู้:คำวินิจฉัย_ก.พ.ค._ที่น่าสนใจ:กรณีประวิงเวลา:ประวิงเวลาการพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิประเมิน [2018/01/11 14:00]
nititham.p created
การบริหารทรัพยากรบุคคล:อุทธรณ์ร้องทุกข์:การพิทักษ์ระบบคุณธรรม:คลังความรู้:คำวินิจฉัย_ก.พ.ค._ที่น่าสนใจ:กรณีประวิงเวลา:ประวิงเวลาการพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิประเมิน [2018/01/11 14:17] (current)
nititham.p
Line 14: Line 14:
  
 ก.พ.ค. พิจารณาแล้วเห็นว่า ​ กรณีการเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญนี้ ​ หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538 มิได้กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของปลัดกระทรวงในการให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงานตามที่กรมเจ้าสังกัดเสนอว่าจะต้องใช้เวลาเท่าใด ​ การพิจารณาว่าปลัดกระทรวง ข. ได้พิจารณาเป็นไปโดยล่าช้าเกินสมควรหรือไม่ จึงต้องพิจารณาจากเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการดำเนินการในแต่ละเรื่อง โดยต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ที่ยึดโยงกับมาตรา 3/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบัญญัติให้การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ รวมทั้งการบรรจุหรือแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ต้องคำนึงถึงหลักการตามที่กล่าวแล้ว ​ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้วเห็นว่า ปลัดกระทรวง ข. ได้ดำเนินการโดยไม่เป็นไปตามหลักการที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ คือ ดำเนินการอย่างล่าช้าขาดประสิทธิภาพชัดเจน ไม่เป็นไปตามหลักการที่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ และผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ กล่าวคือ เมื่อการดำเนินการตามกรณีร้องทุกข์ของผู้ร้องทุกข์เป็นไปอย่างล่าช้าทั้งที่สามารถเร่งรัดให้เร็วกว่านี้ได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมของทั้งผู้ร้องเรียนและผู้ร้องทุกข์ และกระทบต่อการปฏิบัติงานการพัฒนางานของกรม ก. และกระทรวง ข.  จึงเป็นกรณีที่ปลัดกระทรวง ข. พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกบุคคล (ผู้ร้องทุกข์) ที่จะเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของกรม ก. เป็นไปอย่างล่าช้าเกินสมควร ​ ดังนั้น การที่ปลัดกระทรวง ข. ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาเรื่องที่กรม ข. เสนอรายชื่อผู้ร้องทุกข์ให้เข้ารับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย (นิติกรเชี่ยวชาญ) ให้แล้วเสร็จ แต่ไม่ดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จ จนระยะเวลาล่วงเลยมาเป็นเวลานานเกือบ 2 ปีแล้วนับแต่วันที่กรม ก. เสนอชื่อผู้ร้องทุกข์ให้ปลัดกระทรวง ข. พิจารณา ​ กรณีจึงเป็นการประวิงเวลาหรือหน่วงเหนี่ยวการดำเนินการอันเป็นเหตุให้ผู้ร้องทุกข์เสียสิทธิหรือไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการที่จะได้รับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย (นิติกรเชี่ยวชาญ) ในเวลาอันสมควร ตามข้อ 7 วรรคสอง (3) ของกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2551  ก.พ.ค. จึงวินิจฉัยให้ปลัดกระทรวง ข. ดำเนินการพิจารณาเรื่องที่กรม ก. เสนอรายชื่อผู้ร้องทุกข์ให้เข้ารับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย (นิติกรเชี่ยวชาญ) อย่างใดอย่างหนึ่งว่าจะเห็นชอบกับความเห็นของกรม ก. หรือไม่ ​ หากเห็นชอบก็ต้องดำเนินการเสนอต่อ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538  หากไม่เห็นชอบก็ต้องดำเนินการให้เหตุผลตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539  โดยให้ดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ก.พ.ค. พิจารณาแล้วเห็นว่า ​ กรณีการเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญนี้ ​ หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538 มิได้กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของปลัดกระทรวงในการให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ารับการประเมินผลงานตามที่กรมเจ้าสังกัดเสนอว่าจะต้องใช้เวลาเท่าใด ​ การพิจารณาว่าปลัดกระทรวง ข. ได้พิจารณาเป็นไปโดยล่าช้าเกินสมควรหรือไม่ จึงต้องพิจารณาจากเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการดำเนินการในแต่ละเรื่อง โดยต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ที่ยึดโยงกับมาตรา 3/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบัญญัติให้การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ รวมทั้งการบรรจุหรือแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ต้องคำนึงถึงหลักการตามที่กล่าวแล้ว ​ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้วเห็นว่า ปลัดกระทรวง ข. ได้ดำเนินการโดยไม่เป็นไปตามหลักการที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ คือ ดำเนินการอย่างล่าช้าขาดประสิทธิภาพชัดเจน ไม่เป็นไปตามหลักการที่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ และผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ กล่าวคือ เมื่อการดำเนินการตามกรณีร้องทุกข์ของผู้ร้องทุกข์เป็นไปอย่างล่าช้าทั้งที่สามารถเร่งรัดให้เร็วกว่านี้ได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมของทั้งผู้ร้องเรียนและผู้ร้องทุกข์ และกระทบต่อการปฏิบัติงานการพัฒนางานของกรม ก. และกระทรวง ข.  จึงเป็นกรณีที่ปลัดกระทรวง ข. พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกบุคคล (ผู้ร้องทุกข์) ที่จะเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของกรม ก. เป็นไปอย่างล่าช้าเกินสมควร ​ ดังนั้น การที่ปลัดกระทรวง ข. ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาเรื่องที่กรม ข. เสนอรายชื่อผู้ร้องทุกข์ให้เข้ารับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย (นิติกรเชี่ยวชาญ) ให้แล้วเสร็จ แต่ไม่ดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จ จนระยะเวลาล่วงเลยมาเป็นเวลานานเกือบ 2 ปีแล้วนับแต่วันที่กรม ก. เสนอชื่อผู้ร้องทุกข์ให้ปลัดกระทรวง ข. พิจารณา ​ กรณีจึงเป็นการประวิงเวลาหรือหน่วงเหนี่ยวการดำเนินการอันเป็นเหตุให้ผู้ร้องทุกข์เสียสิทธิหรือไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการที่จะได้รับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย (นิติกรเชี่ยวชาญ) ในเวลาอันสมควร ตามข้อ 7 วรรคสอง (3) ของกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2551  ก.พ.ค. จึงวินิจฉัยให้ปลัดกระทรวง ข. ดำเนินการพิจารณาเรื่องที่กรม ก. เสนอรายชื่อผู้ร้องทุกข์ให้เข้ารับการประเมินผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย (นิติกรเชี่ยวชาญ) อย่างใดอย่างหนึ่งว่าจะเห็นชอบกับความเห็นของกรม ก. หรือไม่ ​ หากเห็นชอบก็ต้องดำเนินการเสนอต่อ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 29 กันยายน 2538  หากไม่เห็นชอบก็ต้องดำเนินการให้เหตุผลตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539  โดยให้ดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.
 +
 +<note tip> สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมได้ที่ http://​mspc.ocsc.go.th </​note>​
 +
 +{{tag> ก.พ.ค. ร้องทุกข์}}
การบริหารทรัพยากรบุคคล/อุทธรณ์ร้องทุกข์/การพิทักษ์ระบบคุณธรรม/คลังความรู้/คำวินิจฉัย_ก.พ.ค._ที่น่าสนใจ/กรณีประวิงเวลา/ประวิงเวลาการพิจารณารายชื่อผู้มีสิทธิประเมิน.1515654048.txt.gz · Last modified: 2018/01/11 14:00 by nititham.p