OCSC Wiki

คลังกลางความรู้ด้าน HR

User Tools

Site Tools


Action unknown: siteexport_addpage
องค์ความรู้กฎหมาย:หนังสือเวียน:2552:ว_5_การประเมินผลการปฏิบัติราชการและเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญฯ

ว 5/2552 เรื่อง การประเมินผลการปฏิบัติราชการและเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญตามบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

ด่วนที่สุด ที่ นร 1012/ว 5

สำนักงาน ก.พ.

ถนนพิษณุโลก กทม. 10300

27 กุมภาพันธ์ 2552

เรื่อง การประเมินผลการปฏิบัติราชการและเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

เรียน (เวียนกระทรวง กรม จังหวัด)

อ้างถึง

1. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0204/ว64 ลงวันที่ 12 เมษายน 2544

2. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.1/ว5 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2544

3. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.1/ว13 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2544

4.หนังสือสำนักงานก.พ.ที่นร1009.5/986-1195ลงวันที่10กันยายน2546

สิ่งที่ส่งมาด้วย ตารางการเลื่อนเงินเดือนชั่วคราวสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ

ตามที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 50 บัญญัติให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งในแต่ละประเภทตามที่กำหนดในบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญท้ายพระราชบัญญัตินี้ และมาตรา 74 บัญญัติให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ประพฤติตนอยู่ในจรรยาและระเบียบวินัยและปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงต่อภารกิจของรัฐ ตามควรแก่กรณีตามที่กำหนดไว้ในกฎ ก.พ. และมาตรา 76 บัญญัติให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง และเลื่อนเงินเดือน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด นั้น

โดยที่ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนตามมาตรา 74 และหลักเกณฑ์และวิธีการ ประเมินผลการปฏิบัติราชการตามมาตรา 76 ดังกล่าว ยังอยู่ในระหว่างเร่งดำเนินการ ประกอบกับ มาตรา 132 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 บัญญัติให้ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา หรือออกกฎ ก.พ. ข้อบังคับ หรือระเบียบหรือกำหนดกรณีใดเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎ ก.พ. ข้อบังคับ หรือระเบียบหรือกรณีที่กำหนดไว้แล้วซึ่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้

ดังนั้น การประเมินผลการปฏิบัติราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ครั้งที่ 1 ระหว่าง วันที่ 1 ตุลาคม 2551 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2552 และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 30 กันยายน2552 จึงให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามหนังสือที่อ้างถึง 2 และการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนสามัญในวันที่ 1 เมษายน 2552 และวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ให้นำกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ. 2544 มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 เมษายน 2544 เรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานราชการและหนังสือสำนักงานก.พ.ที่ นร0708.1/ว13ลงวันที่ 5พฤศจิกายน2544เรื่องการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามหนังสือที่อ้างถึง 1 และ 3 ซึ่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับจนกว่า ก.พ. จะออก กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนฉบับใหม่และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการใหม่มาใช้บังคับ

อย่างไรก็ดีเนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการในกฎ ก.พ. ฉบับดังกล่าวไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ และเพื่อให้การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ อาศัยอำนาจตาม ความในมาตรา 132 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก.พ. จึงมีมติกำหนดการดำเนินการเพื่อการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ดังนี้

1. กำหนดตารางการเลื่อนเงินเดือนชั่วคราวสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อใช้สำหรับการเลื่อนเงินเดือนวันที่ 1 เมษายน และ 1 ตุลาคม 2552 โดย “เงินเดือนฐาน” หมายถึง อัตรา เงินเดือนที่ข้าราชการได้รับอยู่ก่อนวันที่ 1 เมษายน 2552 และ “เลื่อน 0.5 ขั้น” “เลื่อน 1 ขั้น” “เลื่อน 1.5 ขั้น” หมายถึง ขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น หนึ่งขั้น หรือหนึ่งขั้นครึ่งแล้วแต่กรณี ตามที่กำหนดไว้ ในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ. 2544

กรณีข้าราชการผู้ใดได้รับเงินเดือนไม่ตรงกับเงินเดือนฐาน ให้ใช้เงินเดือนฐานใกล้เคียงที่ไม่ต่ำกว่าเงินเดือนที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับ เป็นเงินเดือนฐานที่ใช้ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

กรณีข้าราชการที่มีจำนวนเงินสำหรับการเลื่อนเงินเดือนตามผลการปฏิบัติราชการสูงกว่าเงินเดือนขั้นสูงสุดของประเภทตำแหน่ง สายงาน และระดับที่ตนดำรงอยู่ ให้ได้รับเงินเดือนขั้นสูงสุดของประเภทตำแหน่ง สายงาน และระดับที่ตนดำรงอยู่นั้น และได้รับส่วนต่างระหว่างจำนวนเงินสำหรับการเลื่อนเงินเดือนและเงินเดือนขั้นสูงสุด เป็นค่าตอบแทนตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ. 2544

2. ผู้ที่ได้รับเงินเดือนสูงกว่าเงินเดือนขั้นสูงของประเภทตำแหน่ง สายงาน และระดับที่กำหนดไว้ในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน พ.ศ. 2551 ให้ได้รับ การเลื่อนเงินเดือนเป็นการเฉพาะรายด้วย ได้แก่

2.1 ผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสในสายงานที่กำหนดให้ได้รับเงินเดือนไม่เกิน 36,020 บาท

2.2 ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ในสายงานที่กำหนดให้ได้รับเงินเดือนไม่เกิน 64,340 บาท

3. การเลื่อนเงินเดือนครึ่งปีแรกในวันที่ 1 เมษายน 2552 กำหนดกลุ่มข้าราชการที่ได้รับ การจัดสรรโควตาจำนวนผู้มีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือน 1 ขั้น ไม่เกินร้อยละ 15 ของจำนวนข้าราชการ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2552 เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ตำแหน่งระดับ 1 ถึงระดับ 8 เดิมได้แก่ ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน และระดับอาวุโส ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น

กลุ่มที่ 2 ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 9 เดิมขึ้นไป ได้แก่ ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น และระดับสูง

4. การเลื่อนเงินเดือนครึ่งปีหลังในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ให้เลื่อนได้ในวงเงินไม่เกินร้อยละ 6 ของเงินเดือนข้าราชการ ณ วันที่ 1 กันยายน 2552 โดยให้นำวงเงินที่ได้ใช้เลื่อนเงินเดือนไป แล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2552 มาหักออกก่อน ทั้งนี้ จำนวนข้าราชการพลเรือนสามัญที่ได้รับการเลื่อนเงินเดือน 2 ขั้นรวมทั้งปีต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของจำนวนข้าราชการ

5. การสั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เป็นผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อน เงินเดือน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการในราชการบริหาร ส่วนภูมิภาค ตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน และระดับอาวุโส ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ

6. สำหรับการมอบอำนาจด้านการบริหารงานบุคคลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการมอบอำนาจด้านการบริหารงานบุคคลให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ตามหนังสือที่อ้างถึง 4 เฉพาะกรณีการประเมินผลการปฏิบัติราชการและการเลื่อนขั้นเงินเดือน ยกเว้นการออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือน ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ให้เป็นไปตามข้อ 5

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ได้แจ้งให้กรมและจังหวัด

ทราบด้วยแล้ว

ขอแสดงความนับถือ

(นายปรีชา วัชราภัย)

เลขาธิการ ก.พ.

สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล

โทร. 0 2547 1834 0 2547 1831

โทรสาร 0 2547 1868

ว 5/2552 เรื่อง การประเมินผลการปฏิบัติราชการและเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญตามบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

องค์ความรู้กฎหมาย/หนังสือเวียน/2552/ว_5_การประเมินผลการปฏิบัติราชการและเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญฯ.txt · Last modified: 2018/03/14 14:19 by puirui